ค่ำคืนหนึ่งในเดือนกันยายน ค.ศ. 2012 เมืองสต็อกพอร์ต (Stockport) ทางตอนเหนือของอังกฤษ
—เมืองที่แทบไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกี่ยวข้องกับตำนานเพลงร็อกระดับโลก—กลับกลายเป็นศูนย์รวมสายตาของนักสะสม ผู้สื่อข่าว และแฟนเพลงจากหลายประเทศ บรรยากาศในห้องประมูลของบริษัท โอเมกา อ็อกชันส์ (Omega Auctions) คล้ายงานรำลึกขนาดย่อมของเอลวิส เพรสลีย์ (Elvis Presley) มากกว่าจะเป็นงานขายของสะสมธรรมดา ๆ เมื่อของทุกชิ้นที่ถูกนำขึ้นประมูลในคืนนั้นมาจากนักสะสมชาวอังกฤษเพียงคนเดียว ผู้ทุ่มเทเวลาหลายสิบปีสะสมทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับราชาเพลงร็อก ตั้งแต่ของใช้ส่วนตัว เสื้อผ้า เอกสารหายาก ไปจนถึงฟุตเทจเก่าที่แทบไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน ชื่อของเอลวิส เพรสลีย์ เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอจะทำให้ผู้คนทั่วโลกจับจ้อง เพราะสำหรับแฟนเพลงจำนวนมาก รายละเอียดเล็กที่สุดในชีวิตประจำวันของเขากลายเป็นวัตถุที่มีค่ามหาศาลราวกับส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ดนตรี
ของชิ้นหนึ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดตั้งแต่ก่อนเริ่มงานคือกางเกงชั้นในสีฟ้าอ่อนที่เอลวิสสวมในปี ค.ศ. 1977—ปีสุดท้ายในชีวิตของเขา สิ่งที่ทำให้มันเป็นที่สนใจไม่ใช่เพราะดีไซน์หรือเนื้อผ้า แต่เป็นเหตุผลที่คนฟังแล้วต้องเลิกคิ้ว… มันถูกนำมาประมูลแบบ “ไม่ผ่านการซัก” สภาพทุกอย่างยังคงเดิมเหมือนวันที่ราชาเพลงร็อกเคยสวมใส่ ผู้เชี่ยวชาญคาดว่ามันจะทำราคาได้ถึง 10,000 ปอนด์ เพราะในโลกของนักสะสม ความใกล้ชิดกับศิลปิน—even แบบแปลก ๆ—มักมีราคาของมัน แต่ความเป็นจริงก็ยังมีขอบเขตของมันอยู่ ราคาประมูลสูงสุดไม่ถึงขั้นต่ำที่ตั้งไว้ กางเกงชั้นในสีฟ้าอ่อนจึงกลับบ้านไปพร้อมความเงียบงันที่ต่างจากความหวือหวาตอนเปิดตัว
ขณะที่กางเกงชั้นในกลายเป็นไอเทมที่ถูกพูดถึงเพราะ “ความแปลก” ตัวเอกที่แท้จริงของค่ำคืนนี้กลับเป็นสิ่งที่เต็มไปด้วยความหมายและอารมณ์มากกว่า นั่นคือคัมภีร์ไบเบิลของเอลวิส ไบเบิลเล่มนี้เป็นของขวัญที่เขาได้รับในปี ค.ศ. 1957 ช่วงคริสต์มาสแรกที่เกรซแลนด์ (Graceland) ข้างในเต็มไปด้วยรอยขีดเส้นใต้ คำอธิบายสั้น ๆ และถ้อยคำที่เขาเขียนด้วยลายมือของตัวเอง หลายคนมองว่ามันคือบันทึกด้านจิตวิญญาณที่แท้จริงที่สุดของเขา—ด้านที่โลกภายนอกไม่ค่อยเห็น และมันจึงไม่น่าแปลกที่ไบเบิลเล่มนี้ถูกประมูลไปในราคา 59,000 ปอนด์ โดยผู้ซื้อชาวอังกฤษที่ไม่ประสงค์ออกนาม มูลค่านี้ไม่ใช่เพียงราคาจากตัวหนังสือ แต่เป็นราคาของความเชื่อ ความหวัง และเรื่องเล่าของชายคนหนึ่งที่เปลี่ยนโลกดนตรีทั้งใบ
ของชิ้นอื่น ๆ ก็ช่วยสร้างสีสันให้การประมูลคืนนั้นสมบูรณ์ ทั้งรองเท้าที่เขาเคยใส่ เสื้อผ้าเอกซ์คลูซีฟ เอกสารส่วนตัว ฟิล์ม 8 มม. และแม้แต่สัญญาที่มีลายเซ็นของเขาสำหรับภาพยนตร์เรื่อง Follow That Dream ทั้งหมดนี้รวมกันทำรายได้ให้การประมูลเกิน 100,000 ปอนด์อย่างง่ายดาย ท่ามกลางเสียงพูดคุยถึงเรื่องราวเก่า ๆ การวิเคราะห์คุณค่าของวัตถุแต่ละชิ้น และความตื่นเต้นของผู้เข้าร่วมงาน โลกเหมือนย้อนกลับไปยุคที่เอลวิสยังยืนอยู่บนเวที ร้องเพลงให้ผู้คนนับไม่ถ้วนหลงใหลในตัวเขา
การประมูลที่สต็อกพอร์ตในปี ค.ศ. 2012 จึงไม่ใช่เพียงงานขายของสะสม แต่มันเป็นบทพิสูจน์อีกครั้งว่าเอลวิส เพรสลีย์ ไม่เคยเลือนหายไปจากใจคน แม้เวลาจะผ่านมานานกว่าสามทศวรรษหลังจากเขาจากไป ผู้คนก็ยังคงพร้อมจะควักเงินจำนวนมหาศาลเพื่อเป็นเจ้าของสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเขา ไม่ว่าจะเป็นคัมภีร์ไบเบิลที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง หรือแม้แต่กางเกงชั้นในที่แสนธรรมดาแต่กลับกลายเป็นวัตถุที่สะท้อนความคลั่งไคล้ระดับตำนานของแฟนเพลงทั่วโลก เอลวิสอาจจากไปแล้ว แต่ทุกสิ่งที่เขาทิ้งไว้—ทั้งเพลง เสียงหัวเราะ เรื่องเล่า และของใช้ส่วนตัว—ยังคงทำให้โลกหยุดมองได้เสมอ ไม่มีอะไรเก่าเกินไปสำหรับราชาเพลงร็อก และไม่มีวันไหนที่ชื่อของเขาจะไม่ถูกกล่าวถึงในความทรงจำของใครสักคนบนโลกใบนี้
